ที่ดินตาบอด ไม่มีทางเข้า ทำอย่างไรได้บ้าง?

หลายๆท่านคงจะเคยได้ยินคำว่า ที่ดินตาบอด หรือ
ที่ดินที่ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้
เพราะมีที่ดินของคนอื่นกั้นอยู่ เช่นนี้เราสามารถขอเจ้าของที่ดินที่ใกล้ทางสาธารณะที่สุด
ให้เปิดทางจำเป็นได้เลยเป็นสิทธิตามกฎหมาย

แต่ถ้าที่ดินของเราติดทางสาธารณะแต่เราอยากผ่านที่ดินคนอื่น
ซึ่งเป็นการสะดวกมากกว่า เช่นนี้สามารถคุยกับเจ้าของที่ข้างเคียง
เพื่อขอจดทะเบียนภาระจำยอมได้ครับ
แต่เจ้าของที่ข้างเคียงก็สามารถที่จะเรียกค่าตอบแทนได้เช่นกันครับ

 

ทีนี้ เรามารู้จักกับคำว่า ภาระจำยอม กับ ทางจำเป็น กันดีกว่าว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร โดยผมได้เอาข้อมูลมาจาก เว็บไซต์ของกรมที่ดินครับ

ภาระจำยอม ทางจำเป็น
๑. ความหมาย
ภาระจำยอม หมายถึง ทรัพยสิทธิชนิดหนึ่งที่ ตัดทอนอำนาจกรรมสิทธิ์ โดยทำให้เจ้าของ อสังหาริมทรัพย์อันหนึ่งซึ่งเรียกว่า ภารยทรัพย์ต้อง รับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบกระเทือนทรัพย์สินของ ตน หรือทำให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องงดเว้นการ ใช้สิทธิบางอย่างเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น เพื่อประโยชน์ของอสังหาริมทรัพย์อื่นเรียกว่า สามยทรัพย์ (มาตรา ๑๓๘๗ ป.พ.พ.)
๑. ความหมาย
ทางจําเป็น หมายถึง ที่ดินที่ถูกล้อมด้วยที่ดิน แปลงอื่นอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้หรือมี ทางออกสู่ทางสาธารณะได้แต่ไม่สะดวก เช่น จะต้อง ข้ามบึง ทะเล หรือที่ลาดชันอันระดับที่ดินกับทาง สาธารณะสูงกว่ากันมาก (มาตรา ๑๓๔๙ แห่งป.พ.พ.) กฎหมายจึงให้สิทธิแก่เจ้าของที่ดินแปลงที่ถูกล้อมให้มี สิทธิผ่านที่ดินแปลงอื่นซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๕๖๗๒/๒๕๔๖ (ประชุมใหญ่))
๒. องค์ประกอบ
– ไม่จำเป็นต้องเป็นที่ดินที่ถูกล้อมหรือที่ดินที่อยู่ติดกัน แม้ที่ดินไม่ได้อยู่ติดกันก็สามารถใช้ทางภาระจำยอมได้
– ไม่จำเป็นต้องเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ ภาระจำยอมไปสู่ที่ใดก็ได้
๒. องค์ประกอบ
– ต้องเป็นที่ดินที่มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่และ
– ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ หรือมีแต่ไม่สะดวก
– ใช้ออกสู่ทางสาธารณะอย่างเดียว
๓. การได้มา
– โดยนิติกรรมสัญญา  เป็นการตกลงกันระหว่างเจ้าของภารยทรัพย์ และเจ้าของสามยทรัพย์ ซึ่งจะกำหนดระยะเวลาไว้ หรือไม่ก็ได้ ถ้าไม่กําหนดเวลาไว้ก็ถือว่าภาระจำยอมมี อยู่ตลอดไป จนกว่าภาระจำยอมนั้นจะระงับไป และ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๙๙ วรรคหนึ่ง แห่ง ป.พ.พ. หากไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ จะใช้บังคับได้เพียงระหว่าง คู่สัญญาในฐานะเป็นบุคคลสิทธิเท่านั้น
– โดยอายุความ  กรณีเจ้าของสามยทรัพย์ได้มีการใช้ภารยทรัพย์ ด้วยความสงบ เปิดเผย และเจตนาจะให้ได้สิทธิภาระ จำยอมในภารยทรัพย์นั้นเป็นเวลาติดต่อกันครบ ๑๐ ปีย่อมได้สิทธิภาระจำยอมเหนือภารยทรัพย์นั้นโดย อายุความ และการได้มาโดยอายุความนี้แม้ไม่จด ทะเบียนก็ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อให้ภาระจำยอมมีอยู่ ในที่ดินนั้นต่อไปได้ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๘๐๐/๒๕๐๒, ๒๓๗/๒๕๐๘, ๑๖๕/๒๕๒๒)
– โดยผลของกฎหมาย  กรณีปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของ ผู้อื่นโดยสุจริตมีสิทธิจดทะเบียนภาระจำยอมเหนือ ที่ดินที่รุกล้ำนั้น
๓. การได้มา
– โดยผลของกฎหมาย การได้สิทธิใช้ทางจําเป็น ไม่จําต้องมีนิติกรรม สัญญาระหว่างเจ้าของที่ดินที่ถูกล้อมกับเจ้าของที่ดินที่ ล้อมอยู่และไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา ๑๓๓๘) เพราะทาง จําเป็นเป็นการได้สิทธิตามกฎหมาย และผู้ที่จะขอใช้ทางจําเป็นไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิมานาน ถูกล้อมวัน ไหน เวลาใด แม้จะเพิ่งเข้ามาอยู่ในที่ดินซึ่งถูกล้อมก็ ขอใช้ทางจำเป็นได้ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๘๒๒๑/ ๒๕๔๒, ๓๗๗๔/๒๕๔๙, ๓๘๙๒/๒๕๔๙)   ผู้ที่ได้สิทธิผ่านทางไม่สามารถได้มาซึ่งทาง จําเป็นโดยอายุความได้ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลานาน เท่าใด เพราะการผ่านทางหรือทำทางจําเป็นนั้น ถือ เป็นการผ่านโดยสุจริตและเคารพในสิทธิของเจ้าของ ที่ดินผู้มีสิทธิในทางเดินผ่าน แต่อย่างไรก็ดีกฎหมาย ก็ไม่ห้ามเจ้าของที่ดินที่จะตกลงกันเพื่อให้จด ทะเบียนเป็นภาระจำยอมได้
๔. วิธีทำทาง
แล้วแต่เจ้าของที่ดินจะตกลงกันหรือโดย สภาพการใช้ประโยชน์
๔. วิธีทำทาง
การทำทางต้องเลือกให้พอสมควรแก่ความ จําเป็นของผู้มีสิทธิจะผ่านและต้องคำนึงถึงที่ดินที่ล้อม อยู่ให้เสียหายน้อยที่สุด หรือต้องเป็นทางที่ใกล้ที่สุด
๕. ค่าทดแทน
ภาระจำยอมโดยนิติกรรม กฎหมายไม่ได้ กำหนดว่าจะต้องเสียค่าทดแทน แล้วแต่เจ้าของที่ดิน จะตกลงกันว่าจะมีการเสียค่าทดแทนหรือไม่
๕. ค่าทดแทน
ทางจำเป็นต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่เจ้าของ ที่ดินที่ล้อมอยู่เพื่อออกสู่ทางสาธารณะ
ยกเว้น กรณีที่ดินที่แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน เป็นเหตุให้ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ เจ้าของที่ดิน แปลงซึ่งถูกล้อม มีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินเฉพาะบน ที่ดินแปลงที่แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน โดยไม่ต้องเสีย ค่าตอบแทนตามมาตรา ๑๓๕๐ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๙๒๔๘/๒๕๔๔, ๓๔๘๔-๓๔๘๕/๒๕๔๘)
๖. ภาระจำยอมรวมถึงอสังหาริมทรัพย์อื่นด้วย
ภาระจำยอมเป็นทรัพยสิทธิที่ตกติดแก่ตัวทรัพย์ ดังนั้น ผู้ที่จะใช้ภาระจำยอมนอกจากเจ้าของที่ดินแล้ว ยังได้ครอบคลุมถึงเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ที่ตั้งอยู่บนที่ดินนั้น เช่น บ้าน อาคาร ด้วย และแม้ที่ดินจะ เปลี่ยนเจ้าของไปก็ตาม ภาระจำยอมก็ยังคงมีอยู่
๖. ทางจําเป็นเกี่ยวกับที่ดินโดยเฉพาะ
ผู้ที่ขอใช้ทางจำเป็นต้องเป็นเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่เจ้าของโรงเรือน เจ้าของที่ดินแปลงที่ถูกล้อม เท่านั้นที่จะมีสิทธิขอให้เปิดทางจําเป็น หากเป็นเจ้าของโรงเรือนเท่านั้นไม่ใช่เจ้าของที่ดิน แม้จะถูกที่ดินอื่น ล้อมก็ไม่มีสิทธิขอให้เปิดทางจําเป็น ทางจําเป็นมิใช่ สิทธิที่ติดกับที่ดินที่จะโอนไปพร้อมกับที่ดินด้วย การที่ ผู้เป็นเจ้าของที่ดินที่รับโอนมามีสิทธิใช้ทางพิพาทใน ที่ดินในฐานะทางจำเป็นมาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่า เจ้าของที่ดินที่รับโอนมาจะได้สิทธิในทางพิพาทนั้น ด้วยอย่างภาระจำยอม (คําพิพากษาฎีกาที่ ๕๑๗/ ๒๕๐๙, ๒๑๙๖/๒๕๑๔)  (เจ้าของที่ดินรวมถึงคนในครอบครัวและ บริวารด้วย)
๗. การสิ้นไปแห่งภาระจำยอม
– เมื่อมีนิติกรรมกําหนดให้ภาระจํายอมหมด สิ้นไประหว่างเจ้าของภารยทรัพย์และเจ้าของสามยทรัพย์
– เมื่อภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์สลายไป (คําพิพากษาฎีกา ๖๔๐/๒๕๑๐)
– เมื่อไม่ได้ใช้ประโยชน์แห่งภาระจํายอมเป็น เวลา ๑๐ ปี (คําพิพากษาฎีกาที่ ๕๓๑๔/๒๕๓๙, ๖๗๓/๒๕๔๖)
– เมื่อภารยทรัพย์และสามยทรัพย์ตกเป็น เจ้าของคนเดียวกัน
– เมื่อภาระจำยอมไม่มีความจําเป็นหรือหมด ประโยชน์ต่อสามยทรัพย์
๗. การสิ้นไปแห่งทางจําเป็น
เมื่อความจําเป็นหมดสิ้นไป คือ เมื่อที่ดินมี ทางออกสู่ทางสาธารณะแล้ว
๘. การจดทะเบียน
ภาระจำยอมต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา ๑๒๙๙ แห่ง ป.พ.พ. หากไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน การได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะใช้บังคับได้เพียง ระหว่างคู่สัญญาในฐานะเป็นบุคคลสิทธิเท่านั้น
ยกเว้น กรณีภาระจำยอมสิ้นไปโดยพ้น กําหนดเวลาที่ตกลงไว้ถือว่าเป็นอันยกเลิกไปโดยไม่ ต้องจดทะเบียนเลิกภาระจำยอม
๘. การจดทะเบียน
ทางจําเป็น เป็นการได้สิทธิโดยอำนาจของ กฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๔๙ โดยไม่ต้องจดทะเบียน (คําพิพากษา ฎีกาที่ ๓๗๗๔/๒๕๔๙)
ยกเว้น กรณีศาลได้เคยมีคําพิพากษาให้จด ทะเบียนทางจําเป็น ซึ่งกรมที่ดินได้พิจารณาตอบข้อ หารือว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนใน ประเภท “สิทธิทางจําเป็น ตามคําพิพากษา………….. ลงวันที่……เดือน…………พ.ศ……” โดยอนุโลมปฏิบัติ ตามแนวทางการจดทะเบียนประเภทภาระจํายอม
๙. ค่าธรรมเนียม ภาษีอากร ๙.๑ ค่าธรรมเนียม
– กรณีไม่มีค่าตอบแทน (ไม่มีทุนทรัพย์) แปลงละ ๕๐ บาท
– กรณีมีค่าตอบแทน (มีทุนทรัพย์) ร้อยละ ๑ จากจำนวนเงินค่าตอบแทน
๙.๒ ภาษี
– ไม่เสีย
๙.๓ อากร
– อากรแสตมป์ร้อยละ ๐.๕ จากจำนวน เงินค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่กัน (กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และประมวลรัษฎากร ตามลักษณะตราสาร ๒๘. (ข) ใบรับแห่งบัญชีอัตรา อากรแสตมป์)
๙. ค่าธรรมเนียม ภาษีอากร
๙.๑ ค่าธรรมเนียม – กรณีไม่มีค่าตอบแทน (ไม่มีทุนทรัพย์) แปลงละ ๕๐ บาท – กรณีมีค่าตอบแทน (มีทุนทรัพย์) ร้อยละ ๑ จากจำนวนเงินค่าตอบแทน
๙.๒ ภาษี – ไม่เสีย
๙.๓ อากร – อากรแสตมป์ร้อยละ ๐.๕ จากจำนวน เงินค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่กัน
(กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และประมวลรัษฎากร ตาม ลักษณะตราสาร ๒๘. (ข) ใบรับแห่งบัญชีอัตราอากร แสตมป์)

 

ที่มา : กลุ่มพัฒนาระบบการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ส่วนมาตรฐานการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
สํานักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน
ธันวาคม ๒๕๕๓

คำถาม : หากขอเจ้าของที่ข้างเคียงให้เปิดทางจำเป็น แล้วเขาไม่ยอม ต้องทำอย่างไร?
ตอบ : เราสามารถไปฟ้องต่อศาลให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงเปิดทางจำเป็นได้ แล้วนำคำพิพากษาไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินครับ

#ทนายบี www.TanaiBee.com

ภาระจำยอมทางจำเป็น
๑. ความหมาย
ภาระจำยอม หมายถึง ทรัพยสิทธิชนิดหนึ่งที่ ตัดทอนอำนาจกรรมสิทธิ์ โดยทำให้เจ้าของ อสังหาริมทรัพย์อันหนึ่งซึ่งเรียกว่า ภารยทรัพย์ต้อง รับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบกระเทือนทรัพย์สินของ ตน หรือทำให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องงดเว้นการ ใช้สิทธิบางอย่างเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น เพื่อประโยชน์ของอสังหาริมทรัพย์อื่นเรียกว่า สามยทรัพย์ (มาตรา ๑๓๘๗ ป.พ.พ.)
๑. ความหมาย
ทางจําเป็น หมายถึง ที่ดินที่ถูกล้อมด้วยที่ดิน แปลงอื่นอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้หรือมี ทางออกสู่ทางสาธารณะได้แต่ไม่สะดวก เช่น จะต้อง ข้ามบึง ทะเล หรือที่ลาดชันอันระดับที่ดินกับทาง สาธารณะสูงกว่ากันมาก (มาตรา ๑๓๔๙ แห่งป.พ.พ.) กฎหมายจึงให้สิทธิแก่เจ้าของที่ดินแปลงที่ถูกล้อมให้มี สิทธิผ่านที่ดินแปลงอื่นซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๕๖๗๒/๒๕๔๖ (ประชุมใหญ่))
๒. องค์ประกอบ
– ไม่จำเป็นต้องเป็นที่ดินที่ถูกล้อมหรือที่ดินที่อยู่ติดกัน แม้ที่ดินไม่ได้อยู่ติดกันก็สามารถใช้ทางภาระจำยอมได้
– ไม่จำเป็นต้องเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ ภาระจำยอมไปสู่ที่ใดก็ได้
๒. องค์ประกอบ
– ต้องเป็นที่ดินที่มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่และ
– ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ หรือมีแต่ไม่สะดวก
– ใช้ออกสู่ทางสาธารณะอย่างเดียว
๓. การได้มา
– โดยนิติกรรมสัญญา  เป็นการตกลงกันระหว่างเจ้าของภารยทรัพย์ และเจ้าของสามยทรัพย์ ซึ่งจะกำหนดระยะเวลาไว้ หรือไม่ก็ได้ ถ้าไม่กําหนดเวลาไว้ก็ถือว่าภาระจำยอมมี อยู่ตลอดไป จนกว่าภาระจำยอมนั้นจะระงับไป และ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๙๙ วรรคหนึ่ง แห่ง ป.พ.พ. หากไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ จะใช้บังคับได้เพียงระหว่าง คู่สัญญาในฐานะเป็นบุคคลสิทธิเท่านั้น
– โดยอายุความ  กรณีเจ้าของสามยทรัพย์ได้มีการใช้ภารยทรัพย์ ด้วยความสงบ เปิดเผย และเจตนาจะให้ได้สิทธิภาระ จำยอมในภารยทรัพย์นั้นเป็นเวลาติดต่อกันครบ ๑๐ ปีย่อมได้สิทธิภาระจำยอมเหนือภารยทรัพย์นั้นโดย อายุความ และการได้มาโดยอายุความนี้แม้ไม่จด ทะเบียนก็ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อให้ภาระจำยอมมีอยู่ ในที่ดินนั้นต่อไปได้ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๘๐๐/๒๕๐๒, ๒๓๗/๒๕๐๘, ๑๖๕/๒๕๒๒)
– โดยผลของกฎหมาย  กรณีปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของ ผู้อื่นโดยสุจริตมีสิทธิจดทะเบียนภาระจำยอมเหนือ ที่ดินที่รุกล้ำนั้น
๓. การได้มา
– โดยผลของกฎหมาย การได้สิทธิใช้ทางจําเป็น ไม่จําต้องมีนิติกรรม สัญญาระหว่างเจ้าของที่ดินที่ถูกล้อมกับเจ้าของที่ดินที่ ล้อมอยู่และไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา ๑๓๓๘) เพราะทาง จําเป็นเป็นการได้สิทธิตามกฎหมาย และผู้ที่จะขอใช้ทางจําเป็นไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิมานาน ถูกล้อมวัน ไหน เวลาใด แม้จะเพิ่งเข้ามาอยู่ในที่ดินซึ่งถูกล้อมก็ ขอใช้ทางจำเป็นได้ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๘๒๒๑/ ๒๕๔๒, ๓๗๗๔/๒๕๔๙, ๓๘๙๒/๒๕๔๙)   ผู้ที่ได้สิทธิผ่านทางไม่สามารถได้มาซึ่งทาง จําเป็นโดยอายุความได้ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลานาน เท่าใด เพราะการผ่านทางหรือทำทางจําเป็นนั้น ถือ เป็นการผ่านโดยสุจริตและเคารพในสิทธิของเจ้าของ ที่ดินผู้มีสิทธิในทางเดินผ่าน แต่อย่างไรก็ดีกฎหมาย ก็ไม่ห้ามเจ้าของที่ดินที่จะตกลงกันเพื่อให้จด ทะเบียนเป็นภาระจำยอมได้
๔. วิธีทำทาง
แล้วแต่เจ้าของที่ดินจะตกลงกันหรือโดย สภาพการใช้ประโยชน์
๔. วิธีทำทาง
การทำทางต้องเลือกให้พอสมควรแก่ความ จําเป็นของผู้มีสิทธิจะผ่านและต้องคำนึงถึงที่ดินที่ล้อม อยู่ให้เสียหายน้อยที่สุด หรือต้องเป็นทางที่ใกล้ที่สุด
๕. ค่าทดแทน
ภาระจำยอมโดยนิติกรรม กฎหมายไม่ได้ กำหนดว่าจะต้องเสียค่าทดแทน แล้วแต่เจ้าของที่ดิน จะตกลงกันว่าจะมีการเสียค่าทดแทนหรือไม่
๕. ค่าทดแทน
ทางจำเป็นต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่เจ้าของ ที่ดินที่ล้อมอยู่เพื่อออกสู่ทางสาธารณะ
ยกเว้น กรณีที่ดินที่แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน เป็นเหตุให้ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ เจ้าของที่ดิน แปลงซึ่งถูกล้อม มีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินเฉพาะบน ที่ดินแปลงที่แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน โดยไม่ต้องเสีย ค่าตอบแทนตามมาตรา ๑๓๕๐ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๙๒๔๘/๒๕๔๔, ๓๔๘๔-๓๔๘๕/๒๕๔๘)
๖. ภาระจำยอมรวมถึงอสังหาริมทรัพย์อื่นด้วย
ภาระจำยอมเป็นทรัพยสิทธิที่ตกติดแก่ตัวทรัพย์ ดังนั้น ผู้ที่จะใช้ภาระจำยอมนอกจากเจ้าของที่ดินแล้ว ยังได้ครอบคลุมถึงเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ที่ตั้งอยู่บนที่ดินนั้น เช่น บ้าน อาคาร ด้วย และแม้ที่ดินจะ เปลี่ยนเจ้าของไปก็ตาม ภาระจำยอมก็ยังคงมีอยู่
๖. ทางจําเป็นเกี่ยวกับที่ดินโดยเฉพาะ
ผู้ที่ขอใช้ทางจำเป็นต้องเป็นเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่เจ้าของโรงเรือน เจ้าของที่ดินแปลงที่ถูกล้อม เท่านั้นที่จะมีสิทธิขอให้เปิดทางจําเป็น หากเป็นเจ้าของโรงเรือนเท่านั้นไม่ใช่เจ้าของที่ดิน แม้จะถูกที่ดินอื่น ล้อมก็ไม่มีสิทธิขอให้เปิดทางจําเป็น ทางจําเป็นมิใช่ สิทธิที่ติดกับที่ดินที่จะโอนไปพร้อมกับที่ดินด้วย การที่ ผู้เป็นเจ้าของที่ดินที่รับโอนมามีสิทธิใช้ทางพิพาทใน ที่ดินในฐานะทางจำเป็นมาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่า เจ้าของที่ดินที่รับโอนมาจะได้สิทธิในทางพิพาทนั้น ด้วยอย่างภาระจำยอม (คําพิพากษาฎีกาที่ ๕๑๗/ ๒๕๐๙, ๒๑๙๖/๒๕๑๔)  (เจ้าของที่ดินรวมถึงคนในครอบครัวและ บริวารด้วย)
๗. การสิ้นไปแห่งภาระจำยอม
– เมื่อมีนิติกรรมกําหนดให้ภาระจํายอมหมด สิ้นไประหว่างเจ้าของภารยทรัพย์และเจ้าของสามยทรัพย์
– เมื่อภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์สลายไป (คําพิพากษาฎีกา ๖๔๐/๒๕๑๐)
– เมื่อไม่ได้ใช้ประโยชน์แห่งภาระจํายอมเป็น เวลา ๑๐ ปี (คําพิพากษาฎีกาที่ ๕๓๑๔/๒๕๓๙, ๖๗๓/๒๕๔๖)
– เมื่อภารยทรัพย์และสามยทรัพย์ตกเป็น เจ้าของคนเดียวกัน
– เมื่อภาระจำยอมไม่มีความจําเป็นหรือหมด ประโยชน์ต่อสามยทรัพ
๗. การสิ้นไปแห่งทางจําเป็น
เมื่อความจําเป็นหมดสิ้นไป คือ เมื่อที่ดินมี ทางออกสู่ทางสาธารณะแล้ว
๘. การจดทะเบียน
ภาระจำยอมต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา ๑๒๙๙ แห่ง ป.พ.พ. หากไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน การได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะใช้บังคับได้เพียง ระหว่างคู่สัญญาในฐานะเป็นบุคคลสิทธิเท่านั้น
ยกเว้น กรณีภาระจำยอมสิ้นไปโดยพ้น กําหนดเวลาที่ตกลงไว้ถือว่าเป็นอันยกเลิกไปโดยไม่ ต้องจดทะเบียนเลิกภาระจำยอม
๘. การจดทะเบียน
ทางจําเป็น เป็นการได้สิทธิโดยอำนาจของ กฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๔๙ โดยไม่ต้องจดทะเบียน (คําพิพากษา ฎีกาที่ ๓๗๗๔/๒๕๔๙)
ยกเว้น กรณีศาลได้เคยมีคําพิพากษาให้จด ทะเบียนทางจําเป็น ซึ่งกรมที่ดินได้พิจารณาตอบข้อ หารือว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนใน ประเภท “สิทธิทางจําเป็น ตามคําพิพากษา………….. ลงวันที่……เดือน…………พ.ศ……” โดยอนุโลมปฏิบัติ ตามแนวทางการจดทะเบียนประเภทภาระจํายอม
๙. ค่าธรรมเนียม ภาษีอากร ๙.๑ ค่าธรรมเนียม
– กรณีไม่มีค่าตอบแทน (ไม่มีทุนทรัพย์) แปลงละ ๕๐ บาท
– กรณีมีค่าตอบแทน (มีทุนทรัพย์) ร้อยละ ๑ จากจำนวนเงินค่าตอบแทน
๙.๒ ภาษี
– ไม่เสีย
๙.๓ อากร
– อากรแสตมป์ร้อยละ ๐.๕ จากจำนวน เงินค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่กัน (กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และประมวลรัษฎากร ตามลักษณะตราสาร ๒๘. (ข) ใบรับแห่งบัญชีอัตรา อากรแสตมป์)
๙. ค่าธรรมเนียม ภาษีอากร
๙.๑ ค่าธรรมเนียม – กรณีไม่มีค่าตอบแทน (ไม่มีทุนทรัพย์) แปลงละ ๕๐ บาท – กรณีมีค่าตอบแทน (มีทุนทรัพย์) ร้อยละ ๑ จากจำนวนเงินค่าตอบแทน
๙.๒ ภาษี – ไม่เสีย
๙.๓ อากร – อากรแสตมป์ร้อยละ ๐.๕ จากจำนวน เงินค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่กัน
(กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และประมวลรัษฎากร ตาม ลักษณะตราสาร ๒๘. (ข) ใบรับแห่งบัญชีอัตราอากร แสตมป์)